(สำเนา)

 

ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

ว่าด้วยการเตรียมพล

พ.ศ.  ๒๕๑๕

                                                                                --------------------------------
            โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับของทหารเกี่ยวกับการเตรียมพลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น  จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑.  ข้อบังคับนี้เรียกว่า  “ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเตรียมพล ..๒๕๑๕”

ข้อ ๒.  ให้ยกเลิกข้อบังคับทหารบก ว่าด้วยการเตรียมพล ๘๑  ซึ่งให้ใช้ตามคำสั่งชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ลงวันที่  ๒๗  กันยายน  ๒๔๘๑  และข้อบังคับกระทรวงกลาโหม  ว่าด้วยข้อบังคับทหารบกว่าด้วยการเตรียมพล ๘๑  (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ.๒๕๐๓
บรรดาความในข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่งใด  ในส่วนที่ได้นำมากำหนดไว้ในข้อบังคับนี้  หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับความในข้อบังคับนี้  ให้ใช้ความในข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๓.  ในข้อบังคับนี้
        ๓.๑  “ภูมิลำเนาทหาร”  ได้แก่  ท้องที่อำเภอ  ซึ่งได้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินไว้  หรือท้องที่อำเภอใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้ย้ายมามีถิ่นที่อยู่เป็นหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว
        ๓.๒  “ภูมิลำเนา”  ได้แก่  ถิ่นที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญที่ตั้งทำการหาเลี้ยงชีพประจำอยู่เป็นหลักฐานตามทะเบียนบ้านที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
        ๓.๓  “รุ่นปี”  หมายความว่า  ปีพุทธศักราชที่ทหารกองประจำการ  หรือทหารกองเกิน  ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร  และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้ว  ถูกปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑  เช่น  คนซึ่งถูกปลดในพุทธศักราช ๒๕๐๙  จะเป็นวัน  เดือนใดก็ตาม  ให้เรียกว่า “ทหารกองหนุนรุ่นปี ๒๕๐๙”
        ๓.๔  “ชั้นปี”  หมายความว่า  ปีพุทธศักราชที่ชายผู้นั้นมีอายุครบ  ๑๘  ปีบริบูรณ์  เช่นคนเกิดในพุทธศักราช ๒๔๙๑  จะเป็นวัน  เดือนใดก็ตาม  อายุครง  ๑๘  ปีบริบูรณ์  ในพุทธศักราช ๒๕๐๙  ให้เรียกว่า  “คนชั้นปี ๒๕๐๙”
        ๓.๕  “เงินรายเดือน”  หมายความว่า  เงินเดือนที่ได้รับจากงบประมาณ  รวมทั้งเงินเพิ่มค่าวิชา และหรือเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะ และหรือเงินเพิ่มค่าฝ่าอันตราย  และหรือเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ  แต่ไม่รวมเงินเพิ่มอย่างอื่น ๆ
        ๓.๖  “ส่วนราชการ”  หมายความว่า  กระทรวง  ทบวง  กรม  หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า  หรือสำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ

        ๓.๗  “รัฐวิสาหกิจ”  หมายความว่า
                ๓.๗.๑  องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
                ๓.๗.๒  บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
                ๓.๗.๓  บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ที่ส่วนราชการและหรือรัฐวิสาหกิจตาม ๓.๗.๑  และหรือ ๓.๗.๒  มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
                ๓.๗.๔  บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ที่ส่วนราชการและหรือรัฐวิสาหกิจตาม ๓.๗.๓ และหรือ ๓.๗.๑  และหรือ ๓.๗.๒  มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
                ๓.๗.๕  บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ที่ส่วนราชการและหรือรัฐวิสาหกิจตาม ๓.๗.๔  และหรือ  ๓.๗.๑  และหรือ ๓.๗.๒  และหรือ ๓.๗.๓  มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
       ๓.๘  “ทหารกองเกิน”  หมายความว่า  ผู้มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์  ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว
       ๓.๙  “ทหารกองประจำการ”  หมายความว่า  ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้รับราชการในกองประจำการ  จนกว่าจะได้ปลดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
       ๓.๑๐  “ทหารประจำการ”  หมายความว่า  ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด  ซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ
       ๓.๑๑  “ทหารกองหนุน”  หมายความว่า
              ๓.๑๑.๑  ทหารซึ่งรับราชการในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร  หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร  และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้ว  ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑   หรือ
              ๓.๑๑.๒  ทหารซึ่งปลดจากกองเกิน  หรือทหารซึ่งปลดจากกองประจำการ  โดยต้องจำขังหรือจำคุกมีกำหนดวันที่จะต้องทัณฑ์หรือต้องโทษรวมได้ไม่น้อยกว่า  ๑  ปี  หรือกระทำความเสื่อมเสียให้แก่ราชการทหารแล้วถูกปลด  เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๒
     ๓.๑๒  “ทหารนอกประจำการ”  หมายความว่า  นายทหารสัญญาบัตร  นายทหารประทวน  และพลทหาร  ซึ่งถูกปลดจากประจำการหรือกองประจำการ  และนายทหารสัญญาบัตร  นายทหารประทวน  และพลทหาร  ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร  และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วถูกปลด

                                          หมวด  ๘

                  บัญชีสำหรับการเตรียมพล

               ข้อ ๔๖.   บัญชีต่าง ๆ  ที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับการเตรียมพล   ได้แก่

                          ๔๖.๑   บัญชีนายทหารประทวนกองหนุนบัญชี  ส.ต. หรือ จ.ต.  (กองประจำการ)  กองหนุน   และพลทหารกองหนุน   บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว   หรือ บัญชีทหารกองหนุนประเภทที่  ๒   ซึ่งเรียกชื่อรวมบัญชีทั้ง  ๔  นี้ว่า  “ตพ.๒”
                          ๔๖.๒   บัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   หรือบัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง   ซึ่งเรียกชื่อรวมบัญชีทั้ง  ๓  นี้ว่า   “ตพ.๓”
                          ๔๖.๓   บัญชีจำนวนทหารกองเกินซึ่งยังไม่ได้รับการฝึก   (ตพ.๔)
                 ข้อ ๔๗.  บัญชีนายทหารประทวนกองหนุน   บัญชี  ส.ต. หรือ จ.ต. (กองประจำการ)  กองหนุนและพลทหารกองหนุน   บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว  หรือบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่  ๒  (ตพ.๒)   เป็นบัญชีสำหรับจดรายชื่อนายทหารประทวนซึ่งถูกปลดเป็นทหารกองหนุน  ส.ต.  หรือ  จ.ต.  และพลทหารหรือตำรวจซึ่งปลดจากกองประจำการ   ทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว   และทหารกองหนุนประเภทที่  ๒   โดยแยกบัญชีออกเป็นบัญชีนายทหารประทวนกองหนุน  บัญชี  ส.ต. หรือ จ.ต.  (กองประจำการ)   กองหนุนและพลทหารกองหนุน   บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว  และบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่  ๒
ในแต่ละบัญชีดังกล่าวข้างต้นจะต้องแยกบัญชีออกเป็นแผนกทหารบก   แผนกทหารเรือ   แผนกทหารอากาศ  หรือแผนกตำรวจ  ในแผนกหนึ่ง ๆ  ให้แยกออกเป็นจังหวัดและเป็นอำเภอ  ในแต่ละอำเภอให้แยกบัญชีออกเป็นกองหนุนชั้นที่  ๑  ชั้นที่  ๒  และชั้นที่  ๓   นอกจากนั้นจะต้องจำแนกทหารกองหนุนในแต่ละชั้นออกเป็นรุ่นปีอีกด้วย
                           ๔๗.๑   หลักฐานที่จะลงในบัญชี   ให้ยึดถือตามประวัติประจำตัวกับทะเบียนกองประจำการและหรือหางว่าวนำปลด   ส่วนทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้วให้ใช้หลักฐานจากผลการฝึก   ซึ่งเป็นหน้าที่ของจังหวัดทหารบกต้นสังกัดจัดทำบัญชีเหล่านี้ให้แก่แผนกสัสดีจังหวัด
                          ๔๗.๒   กรณีที่ผู้ถูกปลดจากกองประจำการแล้วเป็นทหารประจำการติดต่อกันไป  หรือเข้าเป็นทหารประจำการในเวลาต่อมา   ก็ให้คงหรือลงชื่อบุคคลผู้นั้นไว้ในบัญชี  ตพ.๒   แต่ให้หมายเหตุไว้ว่าเป็นทหารประจำการสังกัดใดโดยไม่นับยอดเป็นทหารกองหนุน
สำหรับผู้ที่ถูกปลดจากกองประจำแล้วเป็นทหารประจำการติดต่อกันไปให้ส่วนราชการที่นำปลดหมายเหตุไว้ในหางว่าวนำปลดด้วย                                                      ๔๗.๓   ให้มณฑลทหารบกรับผิดชอบกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่จังหวัดทหารบกและแผนกสัสดีจังหวัด  จัดทำบัญชีนายทหารประทวนกองหนุน   บัญชี  ส.ต. หรือ จ.ต.  (กองประจำการ)   กองหนุนและพลทหารกองหนุน  บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว   หรือบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่  ๒  (ตพ.๒)   ทั้งหมดภายในเขตพื้นที่มณฑลทหารบกนั้น ๆ
                          ๔๗.๔   การจัดทำบัญชี   ให้จัดทำขึ้น  ณ  ส่วนราชการต่าง ๆ  คือ
                                    ๔๗.๔.๑   จังหวัดทหารบก   จัดทำบัญชีนายทหารประทวนกองหนุน  บัญชี  ส.ต. หรือ จ.ต.  (กองประจำการ)  กองหนุนและพลทหารกองหนุน   บัญชีทหารกองเกินซึ่งได้รับการฝึกแล้ว  หรือบัญชีทหารกองหนุนประเภทที่  ๒  (ตพ.๒)   ทั้งหมดภายในเขตพื้นที่แต่ละจังหวัดทหารบก   ส่วนจังหวัดทหารบกที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้เป็นหน้าที่ของมณฑลทหารบกที่ตั้งร่วมอยู่เป็นผู้จัดทำ
                                    ๔๗.๔.๒   แผนกสัสดีจังหวัด   จัดทำบัญชีเช่นเดียวกับจังหวัดทหารบก   แต่ทำเฉพาะในเขตท้องที่จังหวัดที่รับผิดชอบเท่านั้น
                         ๔๗.๕   การจำหน่ายและแก้ไขบัญชี  มี
                                    ๔๗.๕.๑   การจำหน่ายขาด   ได้แก่  ย้ายภูมิลำเนาทหาร   ไม่มีสัญชาติเป็นไทย   ตาย
                                    ๔๗.๕.๒   การจำหน่ายชั่วคราว   ได้แก่  ได้รับการผ่อนผัน   สาบสูญ   อยู่ในระหว่างต้องคดี  หรือต้องโทษ
                                    ๔๗.๕.๓   การแก้ไขบัญชี  ได้แก่  เปลี่ยนชื่อตัว  เปลี่ยนชื่อสกุล   เปลี่ยนยศ   ออกจากประจำการ   เปลี่ยนเหล่า   เปลี่ยนสังกัด  เข้าเป็นทหารประจำการในแผนกทหารบก   แผนกทหารเรือ   แผนกทหารอากาศ   หรือเข้าในแผนกตำรวจ   หมดเหตุผ่อนผัน   ถอดยศ
                                    ๔๗.๕.๔   การจำหน่ายและแก้ไขเมื่อถึงกำหนด  เช่น  เปลี่ยนชั้นกองหนุน   ปลดพ้นราชการทหาร
                        ๔๗.๖   การปฏิบัติเกี่ยวกับการจำหน่ายและแก้ไขบัญชีให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ  ดังต่อไปนี้
                                    ๔๗.๖.๑   ในกรณีมีเหตุที่ต้องจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีเกี่ยวกับทหารกองหนุนเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อตัว   เปลี่ยนชื่อสกุล  สาบสูญ  ย้ายภูมิลำเนาทหาร   ได้รับการผ่อนผัน  หมดเหตุผ่อนผัน   อยู่ในระหว่างต้องคดีหรือต้องโทษ   ตาย   ให้เป็นหน้าที่ของสัสดีจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารแจ้งการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีต่อจังหวัดทหารบกที่สังกัด   กรมกำลังพลทหารเรือ   หรือกรมกำลังพลทหารอากาศ  ตามแบบ  ตพ.๖   ซึ่งต้องส่งเป็นประจำทุกเดือน

                                    ๔๗.๖.๒   ในกรณีมีเหตุต้องจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีเกี่ยวกับทหารกองหนุน   เมื่อมีการบรรจุเข้าเป็นทหารประจำการหรือตำรวจ   เปลี่ยนยศ  เปลี่ยนชื่อตัว   เปลี่ยนชื่อสกุล   เปลี่ยนเหล่า   เปลี่ยนสังกัด   ออกจากประจำการ   ถอดยศ   ตาย   ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการที่รับบรรจุ   ส่วนราชการต้นสังกัด   ส่วนราชการที่ได้รับมอบหมาย   หรือส่วนราชการของกรมตำรวจแล้วแต่กรณี   แจ้งการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีดังนี้
                                               ๔๗.๖.๒.๑   ทหารบก  ตำรวจ  แจ้งการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีไปยังจังหวัดทหารบกที่สังกัดเมื่อเป็นทหารกองหนุน
                                               ๔๗.๖.๒.๒   ทหารเรือ   แจ้งการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีไปยังกรมกำลังพลทหารเรือ   แล้วให้กรมกำลังพลทหารเรือแจ้งต่อไปยังจังหวัดทหารบกที่ทหารเรือผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่
                                               ๔๗.๖.๒.๓   ทหารอากาศ   แจ้งการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีไปยังกรมกำลังพลทหารอากาศ   แล้วให้กรมกำลังพลทหารอากาศแจ้งต่อไปยังจังหวัดทหารบกที่ทหารอากาศผู้นั้นมีภูมิลำเนาทหารอยู่ในเขตพื้นที่
เมื่อจังหวัดทหารบกได้รับแจ้งแล้ว   ให้จัดการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีให้ตรงกันแล้วแจ้งต่อไปยังแผนกสัสดีจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหาร ทั้งนี้   ให้แจ้งต่อกันเป็นประจำเดือน   ตามแบบ  ตพ.๖
                                  ๔๗.๖.๓   ในกรณีมีเหตุที่ต้องจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีเกี่ยวกับทหารกองหนุนตามข้อ  ๔๗.๖.๑   ในท้องที่อำเภอหรือกิ่งอำเภอ   ให้เป็นหน้าที่ของสัสดีอำเภอหรือกิ่งอำเภอดำเนินการจำหน่ายหรือแก้ไขบัญชีต่อจังหวัดตามคำสั่งหรือระเบียบการต่าง ๆ   ที่ได้สั่งการหรือกำหนดวิธีปฏิบัติไว้แล้ว
                                  ๔๗.๖.๔   การย้ายภูมิลำเนาทหารกองหนุน  ต้องปฏิบัติตามข้อ  ๔๗.๖.๑   และต้องปฏิบัติเพิ่มขึ้นเฉพาะบางกรณีดังต่อไปนี้.-
                                        ๔๗.๖.๔.๑   ทหารบกกองหนุน   ย้ายภูมิลำเนาทหารต่างเขตพื้นที่จังหวัดทหารบก   ให้แผนกสัสดีจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารแห่งใหม่   ส่งสมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่  ๑   และหนังสือสำคัญ  (แบบ สด.๘)   ไปพร้อมกับบัญชีขอบรรจุสังกัด   (ตพ.๑๙)   เพื่อขอให้จังหวัดทหารบกนั้น ๆ  บรรจุสังกัดใหม่ให้
                                       ๔๗.๖.๔.๒   ทหารเรือกองหนุนย้ายภูมิลำเนาทหารไปอยู่ในท้องที่จังหวัดใดก็ตาม   คงถือสังกัดตามที่กองทัพเรือบรรจุไว้แต่ให้แผนกสัสดีจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารแห่งใหม่ส่งบัญชีขอบรรจุสังกัด  (ตพ.๑๙)   ไปให้กรมกำลังพลทหารเรือทราบด้วย
                                      ๔๗.๖.๔.๓   ทหารอากาศกองหนุนย้ายภูมิลำเนาทหารต่างเขตพื้นที่จังหวัดทหารบก   ให้แผนกสัสดีจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารแห่งใหม่ส่งสมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่  ๑   และหนังสือสำคัญ  (แบบ สด.๘)   ไปพร้อมกับบัญชีขอบรรจุสังกัด  (ตพ.๑๙)   เพื่อขอให้จังหวัดทหารบกนั้น ๆ  บรรจุสังกัดใหม่ให้   และให้แผนกสัสดีจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหารแห่งใหม่ส่งบัญชีขอบรรจุสังกัด  (ตพ.๑๙)   ให้กรมกำลังพลทหารอากาศทราบด้วย
                                   ๔๗.๖.๕   ในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี   ให้จังหวัดทหารบกนำบัญชีเกี่ยวกับทหารกองหนุนตามข้อ  ๔๗.๔.๑   ไปสอบทานกับแผนกสัสดีจังหวัดภายในเขตพื้นที่ให้เป็นการเรียบร้อย   แต่ถ้ามีความจำเป็นอาจทำการสอบทานนอกเวลาที่กำหนดนี้ก็ได้


             ข้อ  ๔๘.   บัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   หรือบัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง  (ตพ.๓)   เป็นบัญชีรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน    นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   และนายทหารสัญญาบัตรนอกกองของกองทัพบก   กองทัพเรือ   กองทัพอากาศ    กองบัญชาการทหารสูงสุด   และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมซึ่งสังกัดจังหวัดทหารบก   กรมกำลังพลทหารเรือ   กรมกำลังพลทหารอากาศ   หรือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม   โดยแยกออกเป็นบัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   และบัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง   และแต่ละบัญชีจะต้องแยกออกเป็นเหล่าทหารครั้งสุดท้ายของผู้นั้นก่อนออกจากประจำการ
                     ๔๘.๑   การจัดทำบัญชี   ให้จัดทำขึ้น  ณ  ส่วนราชการต่าง ๆ  ดังนี้
                           ๔๘.๑.๑   จังหวัดทหารบก   จัดทำบัญชีรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   และนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง   ซึ่งสังกัดจังหวัดทหารบกนั้น ๆ  จำนวน  ๒  ชุด   เก็บไว้ที่จังหวัดทหารบก  ๑  ชุด   และที่มณฑลทหารบก  ๑  ชุด
                           ๔๘.๑.๒  กรมกำลังพลทหารเรือ จัดทำบัญชีรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   และนายทหารสัญญาบัตรนอกกองซึ่งสังกัดกองทัพเรือ
                           ๔๘.๑.๓   กรมกำลังพลทหารอากาศ   จัดทำบัญชีรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน  นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   และนายทหารสัญญาบัตรนอกกองซึ่งสังกัดกองทัพอากาศ
                          ๔๘.๑.๔   สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม   จัดทำบัญชีรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลและจอมพลกองหนุน  นอกราชการ  และนอกกอง
                   ๔๘.๒   การจำหน่ายและแก้ไขบัญชีให้ยึดถือหลักฐานตามคำสั่งหรือแจ้งความของกระทรวงกลาโหม    คำสั่งของส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม    หรือคำสั่งของกองทัพบก     กองทัพเรือ  หรือกองทัพอากาศ   และสมุดประวัติของนายทหารสัญญาบัตรนั้น ๆ
ในเดือนมกราคมของทุกปี   เฉพาะจังหวัดทหารบกให้นำบัญชีไปสอบทานกับมณฑลทหารบกเพื่อให้หลักฐานต่าง ๆ ตรงกัน

๔๘.๓   จังหวัดทหารบก   กรมกำลังพลทหารเรือ   กรมกำลังพลทหารอากาศ   และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  จะต้องดำเนินการให้สามารถติดต่อกับนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน   นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ   นายทหารสัญญาบัตรนอกกอง  ได้ตามที่ส่วนราชการนั้น ๆ  จัดทำบัญชีรายชื่อไว้
 

               ข้อ  ๔๙.   บัญชีจำนวนทหารกองเกินซึ่งยังไม่ได้รับการฝึก  (ตพ.๔)   เป็นบัญชีแสดงจำนวนทหารกองเกินซึ่งยังไม่ได้รับการฝึกทั้งสิ้นรวม  ๑๒  ชั้นปี   ในแต่ละอำเภอหรือกิ่งอำเภอ   โดยแยกยอดออกเป็นตำบลต่าง ๆ  ให้เป็นหน้าที่ของแผนกสัสดีจังหวัดจัดทำ   และรวบรวมบัญชีดังกล่าวส่งถึงจังหวัดทหารบกจำนวน  ๒  ชุด   ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี   เมื่อจังหวัดทหารบกได้รับบัญชีจากแผนกสัสดีจังหวัดแล้ว   ให้ส่งมณฑลทหารบก  ๑  ชุด   และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง  ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นเพิ่มเติมแก้ไขหลักฐานให้ตรงกันอยู่เสมอโดยใช้บัญชีจำนวนทหารกองเกิน   ซึ่งยังไม่ได้รับการฝึกที่เปลี่ยนแปลง  ประจำเดือน ………  (ตพ.๗)
               ข้อ  ๕๐.   ปกเก็บ  (ตพ.๑)   เป็นปกสำหรับเก็บบัญชีต่าง ๆ  เพื่อให้สะดวกในการส่ง  เก็บรักษา  และค้นหาบัญชีที่ต้องการแบ่งออกได้เป็น  ๓  แบบ  คือ
      แบบที่  ๑   เป็นปกเก็บแบบนอนยาว  ขนาด  ๓๕  ซม.  x  ๔๕ ซม.   ชนิดปกแข็ง   (มีทั้งแผ่นหน้าและแผ่นหลัง)   พื้นปกสีเทา   สันของปกมี  ๒  สี   ใช้กับแบบบัญชี  ๒  แบบ  คือ   สีน้ำเงินแก่ใช้กับแบบ  ตพ.๒   และสีแดงใช้กับแบบ  ตพ.๓   เรียกชื่อว่า  “ตพ.๑–๑“
      แบบที่  ๒   เป็นปกเก็บแบบสั้น   ขนาด  ๒๑  ซม. x  ๓๔  ซม.   ใช้กับแบบ ตพ.๔  และ ตพ.๘   เรียกชื่อว่า  “ตพ.๑–๒“
      แบบที่  ๓   เป็นปกเก็บแบบตั้ง  ขนาด  ๓๔  ซม.  x  ๒๑  ซม.   ใช้กับแบบ ตพ.๕   เรียกชื่อว่า  “ตพ.๑–๓“
ทั้งแบบที่  ๒  และแบบที่  ๓  นี้  เป็นชนิดปกอ่อน   พื้นปกสีน้ำตาล  ทั้งแผ่นหน้าและแผ่นหลังไม่มีสันปก

ฯ ล ฯ

 

หมวด  ๑๓

กำหนดวันใช้ข้อบังคับ

               ข้อ ๗๐.   ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                                                                ประกาศ   ณ   วันที่   ๘   พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๑๕

 

                                                                                       (ลงชื่อ)   พลเอก  บ.   วรรณมาศ
                                                                                                           (บุลศักดิ์  วรรณมาศ)

                                                                                                          ปลัดกระทรวงกลาโหม

                                                                                        ผู้ใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม