คำสั่งกระทรวงกลาโหม
     ที่  ๒๙๙/๒๕๓๙

                      เรื่อง  หลักเกณฑ์การเลื่อนยศและการเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุน  ที่เข้ารับ
        การเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร,  การเรียกพล หรือ
เพื่อทดลองความพรั่งพร้อมและการระดมพล

                                                            -------------------------------------


                     โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การเลื่อนยศและการเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุน  ที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมและการระดมพล  ให้เหมาะสมกับการปฏิบัติในปัจจุบัน และเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน  ที่จะนำมาใช้ในการบรรจุกำลังตามแผนป้องกันประเทศตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเตรียมพล  พ.ศ.๒๕๑๕  จึงให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงกลาโหม  ที่  ๘๙๘/๓๑  ลง  ๓๑ ต.ค.๓๑   เรื่อง  หลักเกณฑ์การเลื่อนยศหรือเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุน  ที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมและการระดมพล  โดยให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน  ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์การเลื่อนยศและการเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุนดังกล่าวขึ้นใหม่  ดังนี้.-
          ๑.  การเลื่อนยศนายทหารประทวนกองหนุน  ให้เลื่อนได้ครั้งละ  ๑  ชั้นยศในอัตราและตำแหน่งของแต่ละเหล่าทัพ  โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้.-
                ๑.๑  เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  และผ่านการฝึกตามระเบียบและหลักสูตร  หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรตามแนวทางรับราชการของกำลังพลสำรองตามที่กระทรวงกลาโหม  หรือกองบัญชาการทหารสูงสุด  หรือเหล่าทัพกำหนด  หรือเข้ารับการเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมหรือการระดมพล
                ๑.๒  ดำรงยศเดิมมาแล้วไม่น้อยกว่า  ๑  ปี  เว้นกำลังพลสำรองที่เข้ารับการระดมพล  ไม่จำกัดระยะเวลาดำรงยศเดิม
                ๑.๓  มีความสามารถในตำแหน่งหน้าที่และไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการทุพพลภาพ
                ๑.๔  มีความประพฤติเรียบร้อย  ไม่เคยประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียหรือกระทำความผิดต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา  เว้นแต่ความผิดอันต้องระวางโทษไม่เกินลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

          ๒.  การเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุนเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน  ต้องมีคุณสมบัติดังนี้.-
                ๒.๑  เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  และผ่านการฝึกตามระเบียบและหลักสูตร  หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรตามแนวทางรับราชการของกำลังพลสำรอง  ตามที่กระทรวงกลาโหม  หรือกองบัญชาการทหารสูงสุด  หรือเหล่าทัพกำหนด  หรือเข้ารับการเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม  หรือการระดมพล
               ๒.๒  ผู้มีวุฒิอนุปริญญาหรือเทียบเท่าขึ้นไป  ต้องมียศ สิบเอก, จ่าเอก, จ่าอากาศเอก  ขึ้นไป  และดำรงยศนับจากคำสั่งแต่งตั้งยศครั้งแรกไม่น้อยกว่า  ๒  ปี  ส่วนผู้มีวุฒิต่ำกว่าอนุปริญญา  หรือเทียบเท่า  ต้องมียศ จ่าสิบเอก , พันจ่าเอก , พันจ่าอากาศเอก  และดำรงยศดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า  ๒  ปี  เว้นกำลังพลสำรองที่เข้ารับการระดมพล  ไม่จำกัดระยะเวลาดำรงยศ
               ๒.๓  มีความสามารถในตำแหน่งหน้าที่และไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการทุพพลภาพ
               ๒.๔  มีความประพฤติเรียบร้อย  ไม่เคยประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียหรือกระทำความผิด  ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา  เว้นแต่ความผิดอันต้องระวางโทษไม่เกินลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

        ๓.  นายทหารประทวนกองหนุนผู้ได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ  เมื่อได้รับการเลื่อนยศหรือเลื่อนฐานะตามหลักเกณฑ์นี้  จะไม่ได้รับการปรับเบี้ยหวัดหรือบำนาญให้สูงขึ้นจากเดิม  สำหรับสิทธิในระหว่างเข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม  หรือการระดมพล  ให้ได้รับตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
        ๔.  การเลื่อนยศหรือเลื่อนฐานะตามหลักเกณฑ์นี้  ไม่ใช้บังคับกรณีที่ทางราชการบรรจุนายทหารประทวนกองหนุน  หรือนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน  กลับเข้ารับราชการใหม่
        ๕.  การเลื่อนยศนายทหารประทวนกองหนุนตามข้อ ๑  ให้กองบัญชาการทหารสูงสุดหรือเหล่าทัพมีอำนาจออกคำสั่งเลื่อนยศได้
        ๖.  การเลื่อนฐานะนายทหารประทวนกองหนุนเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุนตามข้อ ๒   ให้กองบัญชาการทหารสูงสุดหรือเหล่าทัพดำเนินการขอแต่งตั้งว่าที่ยศ  ถึงกระทรวงกลาโหมให้แล้วเสร็จภายใน  ๓๐  วัน  หลังจากเสร็จสิ้นการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร  การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม  หรือการระดมพล
        ๗.  ให้กองบัญชาการทหารสูงสุดหรือเหล่าทัพกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเลื่อนยศและการเลื่อนฐานะนายทหารประทวน
กองหนุนได้ตามความเหมาะสม
                                 ทั้งนี้  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                                                                        สั่ง   ณ   วันที่    ๒๓   เมษายน   พ.ศ. ๒๕๓๙

                                                                                              (ลงชื่อ)   พล.อ.  ชวลิต  ยงใจยุทธ

                                                                                                                      (ชวลิต ยงใจยุทธ)
                                                                                                            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม