สิทธิของกำลังพลสำรองเมื่อเข้ารับการเรียกพล
                  เพื่อให้กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลทุกนายได้รับความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และลดความเดือดร้อนในด้านต่าง ๆ ให้น้อยที่สุดทางราชการจึงได้กำหนดสิทธิต่าง ๆ  ให้แก่กำลังพลสำรองเมื่อเข้ารับการเรียกพล  ดังนี้
                 ๑. การโดยสารยานพาหนะ   การเดินทางของกำลังพลสำรอง จากภูมิลำเนาทหารหรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพไปรายงานตัว  ณ  หน่วยเรียกพล หรือ  ณ  สถานที่ที่ทางราชการกำหนดและการเดินทางกลับภูมิลำเนานั้น ๆ เมื่อเสร็จสิ้นการเรียกพลให้ได้รับสิทธิดังนี้
                       ๑.๑ ยกเว้นค่าโดยสารยานพาหนะ ในการโดยสารยานพาหนะของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ (บขส., รฟท.)
                       ๑.๒ ได้รับค่าพาหนะเหมาจ่ายสำหรับการโดยสารยานพาหนะทั้งเที่ยวไปรายงานตัวและกลับภูมิลำเนา โดยในปัจจุบันเป็นดังนี้
- พันตรี , นาวาตรี, นาวาอากาศตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป คนละ ๒๗๐ บาท
- ร้อยตรี, เรือตรี, เรืออากาศตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป คนละ ๒๕๐ บาท
- นายทหารประทวนและพลทหาร คนละ ๒๓๐ บาท

                 ๒. ค่าเลี้ยงดูหรือเบี้ยเลี้ยง 
                      ๒.๑ กำลังพลสำรองประเภทพลทหารและส.ต.กองประจำการได้รับค่าเลี้ยงดูหรือเบี้ยเลี้ยงในอัตราของพลทหารประจำการที่ใช้ในปัจจุบัน
                      ๒.๒ กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวน ได้รับค่าเลี้ยงดูหรือเบี้ยเลี้ยงเท่ากับเบี้ยเลี้ยงเดินทางของทหารประจำการในชั้นยศเดียวกัน  ตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

                 ๓. ค่าตอบแทนเงินเดือน  กองทัพจะจ่ายค่าตอบแทนเงินเดือนให้กับกำลังพลสำรองที่มิได้เป็นข้าราชการหรือทำงานในรัฐวิสาหกิจเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนขั้นต้นของทหารประจำการหรือทหารกองประจำการ ในชั้นยศนั้น ๆ ตามจำนวนวันที่เข้ารับการเรียกพล

                 ๔. สิทธิในเครื่องแต่งกาย  กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารและการเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม กองทัพจะพิจารณาแจกจ่ายเครื่องแต่งกาย ให้ตามความจำเป็น (ปัจจุบันจ่ายชุดฝึกให้คนละ ๒ ชุด) และเมื่อต้องเข้ารับการระดมพลกองทัพจะจ่ายเครื่องแต่งกายให้เช่นเดียวกับทหารประจำการ

                 ๕. สิทธิในเรื่องการรักษาพยาบาล
                      ๕.๑กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพล เมื่อเจ็บป่วยในห้วงระยะเวลาดังกล่าวจะได้รับการรักษาพยาบาลเทียบเท่าทหารประจำการ คือ ยกเว้นไม่ต้องเสียค่ายา, ค่าเวชภัณฑ์ และค่าตรวจรักษาพิเศษ หรือค่าอาหารคนไข้ หน่วยที่รักษาพยาบาลจะเป็นผู้ขอเบิกค่าอาหารคนไข้ให้เอง ในกรณีที่จะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นคนไข้ใน
                     ๕.๒เมื่อหมดกำหนดระยะเวลาการเรียกพลแล้วหากยังไม่ทุเลาคงได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลต่อไปจนกว่าจะหายหรือไม่มีทางรักษาต่อไป

                 ๖. สิทธิในเงินช่วยเหลือค่าทำศพ  กำลังพลสำรองที่เสียชีวิตในระหว่างเข้ารับการเรียกพล กองทัพจะช่วยเหลือค่าทำศพในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท 

                 ๗.สิทธิในการเลื่อนยศ  กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร,การเรียกพลเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และการระดมพล จะได้รับการพิจารณาเลื่อนยศหรือเลื่อนฐานะให้สูงขึ้น
โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาโดยพิจารณาเป็นไปตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม  และคำสั่งกองทัพบกซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ ๆ สรุปได้ดังนี้.-
                    ๗.๑ เลื่อนยศสูงขึ้นได้ตามลำดับไม่เกินว่าที่ พันตรี, ว่าที่นาวาตรี, ว่าที่นาวาอากาศตรี
                    ๗.๒ต้องเป็นผู้ได้รับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารหรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมอย่างน้อย ๑ ครั้ง (ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน) กับต้องดำรงยศเดิมมาแล้วไม่น้อยกว่าจำนวนปีที่กำหนด                                                                  
                    ๗.๓ การเลื่อนฐานะจากนายทหารประทวนกองหนุน เป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ต้องสำเร็จการฝึกวิชาทหารไม่ต่ำกว่าชั้นปีที่ ๓ , สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่าต้องดำรงยศ จ.ส.อ.,พ.จ.อ.หรือ พ.อ.อ.  มาแล้วไม่ต่ำกว่า ๒ ปี กับต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่เหล่าทัพกำหนด