หน้าที่ของกำลังพลสำรอง

                กำลังพลสำรองทุกนาย มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ตามที่ทางราชการกำหนด หากขัดขืนหรือหลีกเลียงแล้วย่อมจะมีความผิดตามที่ระบุไว้ ดังนั้นจึงควรทราบถึงหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ ซึ่งสรุปได้ดังนี้ คือ
        ๑. นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน โดยปกติสังกัดจังหวัดทหารบก มีผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ คำสั่ง และแบบธรรมเนียมของทหาร คือ
           ๑.๑ การย้ายประเภทนายทหารสัญญาบัตรแจ้งจังหวัดทหารบกต้นสังกัดก่อนกำหนด ๑๒๐ วัน
           ๑.๒ การย้ายภูมิลำเนา จะต้องรายงานจังหวัดทหารบกต้นสังกัดก่อนย้ายหรือหลังวันย้ายไม่เกิน ๑๕ วัน
           ๑.๓ ไปอยู่ต่างภูมิลำเนาชั่วคราว
                     -  ไปต่างจังหวัดตั้งแต่ ๓๐ วันขึ้นไป ต้องรายงานจังหวัดทหารบกต้นสังกัดก่อนวันไปหรือหลังวันไปไม่เกิน ๑๕ วัน

                          -  ไปรายงานตัว ต่อสัสดีอำเภอที่ตนเข้าไปอยู่เพื่อให้รับทราบไว้เป็นหลักฐาน

                          -  เมื่อจะเดินทางออกไปนอกราชอานาจักร ต้องทำรายงานขออนุญาตต่อจังหวัดทหารบกต้นสังกัด เพื่อขออนุมัติต่อไปตามลำดับ จนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

            ๑.๔  เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล นำหลักฐานแจ้งต่อจังหวัดทหารบกต้นสังกัด (เพื่อแก้ไขประวัติ)
            ๑.๕  อุปสมบท  รายงาน (ตามแบบรายงาน) วัน, เดือน, ปี , วัด, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด ที่จะอุปสมบทก่อนวันอุปสมบทไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
            ๑.๖ เมื่อต้องหาคดีอาญา  ( เว้นคดีขึ้นศาลทหาร) คดีแพ่งหรือคดีล้มละลายต้องรายงานต่อจังหวัดทหารบกต้นสังกัดโดยเร็ว                                                                       

            ๑.๗ เมื่อเข้ารับราชการกระทรวงทบวงกรมอื่น (นอกกระทวงกลาโหม) รายงานจังหวัดทหารบกต้นสังกัดทราบภายใน ๑๕ วัน

  1. เริ่มเข้ารับราชการ
  2. เลื่อนเงินเดือนหรือย้ายตำแหน่ง
  3. ออกจากราชการ

            ๑.๘ การายงานตัว รายงานตัวต่อจังหวัดทหารบกต้นสังกัด

  1. ทราบคำสั่งแต่งตั้งยศ  แล้วปลดเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุนในโอกาสแรก (เฉพาะ นศท.)
  2. ทันทีที่ออกจากราชการ (ไม่เกิน ๑๕ วัน)
  3. ตรวจร่างกายปีละครั้ง ( ตามเวลาที่กำหนด ) 
  4. แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่การเงินปีละครั้งในต้น ต.ค. (เฉพาะผู้มีเบี้ยหวัดหรือบำนาญ)

            ๑.๙ การรับราชการทหาร
ก.   มีหน้าที่เข้ารับราชการทหารปีหนึ่งไม่เกิน 2 เดือน และมีหน้าที่รับราชการในขณะที่มีราชการพิเศษ
ข. เมื่อมีราชการสงครามหรือประกาศระดมพล หรือประกาศใช้กฎอัยการศึกในเขตท้องที่ซึ่งตนตั้งภูมิลำเนาอยู่ แม้จะไม่ได้รับคำสั่งเรียกพลประการใดก็ต้องรีบไปรายงานตนเอง  ณ  หน่วยทหารที่ตั้งอยู่ในภูมิลำเนานั้นทันที


         ๒. นายทหารประทวน  ส.ต. (กองประจำการ) และพลทหารกองหนุน

       ๒ .๑ ย้ายภูมิลำเนาทหาร ผู้ที่ประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาทหารมาอยู่ในอำเภอที่ตนทำการหาเลี้ยงชีพประจำอยู่ หรือมีถิ่นที่อยู่เป็นหลักฐานย่อมย้ายได้โดยเจ้าตัวจะต้องแจ้งย้ายด้วยตนเองต่อนายอำเภอท้องที่ ๆ ย้ายเข้าไปอยู่ ทั้งนี้ภายใน ๓๐ วัน
       ๒.๒ ย้ายภูมิลำเนา  ผู้ที่จะไปอยู่ต่างตำบลชั่วคราว ( หมายถึงย้ายเปลี่ยนตำบลในอำเภอเดียวกัน ต่างอำเภอและต่างจังหวัด ) เกินกว่า ๓๐ วัน ต้องแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่หรือกำนันท้องที่ที่ตนมาอยู่ชั่วคราวนั้น ทั้งนี้ภายใน๓๐ วัน
       ๒.๓ การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ผู้ที่เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือทั้งชื่อตัว และชื่อสกุล ให้ผู้นั้นนำหลักฐานไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน ๓๐ วัน ตั้งแต่วันได้รับอนุญาต (สำหรับผู้ที่มี  เบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ต้องนำหลักฐานเสนอจังหวัดทหารบกต้นสังกัดทราบด้วย)
       ๒.๔ การรายงานตนเมื่อปลดออกจากประจำการ  ไปรายงานตัวต่อจังหวัดทหารบกที่ตนสังกัดในโอกาสแรก ถ้ายังไม่ได้รับหนังสือสำคัญทหารนอกประจำการ ต้องรีบไปติดต่อขอรับหนังสือสำคัญทหารนอกประจำการ (แบบ สด.๘) จากสัสดีอำเภอตามภูมิลำเนาทหารทันที
       ๒.๕ เมื่อมีการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร เพื่อทดลองความพรั่งพร้อมหรือระดมพล จะต้องไปให้ทันตามกำหนดไม่หลีกเลี่ยง  
       ๒.๖ การเข้ารับราชการทหาร มีหน้าที่รับราชการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารหรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม และเมื่อถูกเรียกเข้ารับราชการต้องอยู่ในวินัยทหารเหมือนทหารประจำการ
       ๒.๗ การย้ายประเภท  (เฉพาะผู้ที่มีเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ)  เมื่อก่อนจะถึงกำหนดเปลี่ยนจากชั้น ๒ เป็นชั้น ๓ ประมาณ ๑๒๐ วัน ต้องไปแจ้งจังหวัดทหารบกต้นสังกัด เพื่อเปลี่ยนจากการรับเบี้ยหวัดเป็นเบี้ยบำนาญ
       ๒.๘ สมุดประจำตัวทหารกองหนุน  ต้องนำติดตัวอยู่เสมอ  และห้ามแยกส่วนใดส่วนหนึ่งของสมุดออก
       ๒.๙ ทุกครั้งทีมีการย้ายทะเบียนบ้านต้องนำสมุดประจำตัวทหารกองหนุน ให้เจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอ หรือกิ่งอำเภอบันทึกรายการย้ายภูมิลำเนาให้ตรงตามทะเบียนบ้าน
       ๒.๑๐ สมุดประจำตัวและหนังสือสำคัญทหารกองหนุนชำรุด  หรือสูญหาย แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ เพื่อขอรับใหม่ภายใน ๓๐ วัน โดยเสียค่าธรรมเนียม ๑๐ บาท

               
         ๓. หน้าที่ของกำลังพลสำรองในการเตรียมพล
นอกจากนี้แล้ว กำลังพลสำรองยังมีหน้าที่ที่จะต้องเข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร อย่างต่อเนื่องโดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้กำลังพลสำรองได้รับการทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการปฏิบัติการรบตามตำแหน่งหน้าที่ร่วมกับทหารประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพการที่จะทำให้กำลังพลสำรองมีขีดความสามารถดังกล่าวได้นั้น   จะต้องได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่อง     และต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร   ซึ่งถ้าจะกระทำเช่นนั้นก็คงจะสร้างความลำบากใจให้กับตัว กำลังพลสำรองเป็นอย่างมาก แต่จะทำอย่างไรเมื่อเราจะต้องเตรียมกำลังไว้ให้พร้อมและเพียงพอที่จะใช้ในการขยายกำลัง เพื่อป้องกันประเทศชาติเพื่อให้พ้นภัยจากผู้รุกราน
กองทัพบก จึงได้มีแนวความคิดที่จะทำให้กำลังพลสำรอง มีประสิทธิภาพในการรบ มีความพร้อมที่จะเข้ารับการเรียกพลหรือระดมพล เมื่อต้องการได้ภายใน ๗๒ ชั่วโมง และในขณะเดียวกันจะต้องไม่ให้กระทบกระเทือน หรือสร้างความเดือนร้อนให้กับตัวกำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารมากจนเกินไป
             ดังนั้นนโยบายการพัฒนาระบบกำลังสำรองวงรอบทศวรรษ จึงได้ถูกกำหนด  และได้ทำการเรียกพล ฯ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นต้นมา       ตามระบบ ๓ : ๓ : ๔     โดยมีแนวความคิดว่าให้เรียกกำลังพลสำรองเข้ารับการฝึกวิชาทหารเป็นห้วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งถึงขั้นการฝึกเป็นหน่วยทางยุทธวิธีระดับสูง ซึ่งที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบกำลังสำรองมีขอบเขตของปัญหาที่กว้างขวาง  และเกี่ยวพันกับปัจจัยต่าง ๆ ทั้งในและนอก ทบ. ผลจาการวิเคราะห์ปัญหาพบว่า    สาเหตุเกิดจากองค์ประกอบสำคัญ    ๔ ประการ ได้แก่    โครงสร้าง / ความไม่ชัดเจนของการปฏิบัติใน  ๕  ระบบย่อย ความไม่เหมาะสมของหลักการบางประการ  ที่ทำให้ระบบขาดความเป็นไปได้ทางยุทธการ      และทางด้านงบประมาณ โครงสร้างหน่วยที่ไม่เหมาะสมของหน่วยงาน ซึ่งรับผิดชอบการพัฒนาระบบกำลังสำรอง รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ จากภายนอก

และได้เริ่มใช้ระบบกำลังสำรอง เป็น 1: 1: 1: 3 ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา โดยกำลังพลสำรองจะอยู่ในระบบการเรียกพล ๖ ปี

นักศึกษาวิชาทหาร ฝึกเพื่อเป็นกำลังสำรองของกองทัพ  พร้อมจะรับใช้ชาติอีก ๖ ปี ครับ