การใช้สมาชิก อส.
 
 

           

            กองอาสารักษาดินแดน  เป็นองค์กรหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.๒๔๙๗ โดยกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กรมการปกครองเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการ

    เหตุผลสำคัญของการจัดตั้ง  กองอาสารักษาดินแดนคือ
๑. การป้องกันประเทศเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
๒.โดยที่การป้องกันประเทศในสถานการณ์สงครามปัจจุบัน เป็นหน้าที่ประชาชนพลเมืองทุกคนที่จะต้องมีส่วนร่วมมือ  ร่วมช่วยเหลือ  และจะต้องได้รับการศึกษาอบรม  เพื่อให้ความรู้ในการป้องกันตนเองและประเทศชาติ  จึงจำเป็นต้องมีการฝึกอบรม และจัดหน่วยบังคับบัญชา เตรียมไว้ตั้งแต่เวลาปกติ
๓. มีกำลังสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติทั้งยามปกติและยามสงคราม

การสั่งใช้สมาชิก อส.
             การปฏิบัติงานของ  อส. จะต้องเป็นไปตามแผนที่ได้รับอนุมัติจากกองบัญชาการ  กองอาสารักษาดินแดน  โดยผู้มีอำนาจสั่งใช้ประกอบด้วย
             ๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  คือ  ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน  เป็นผู้บัญชาการสูงสุด สั่งใช้สมาชิก อส. ได้ทั่วราชอาณาจักร
            ๒. ผู้ว่าราชการจังหวัด  คือ  ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน สั่งใช้สมาชิก อส.ในพื้นที่จังหวัด
            ๓. นายอำเภอ  คือ  ผู้บังคับกองร้อย สั่งใช้สมาชิก อส. ภายในพื้นที่อำเภอ/กิ่งอำเภอ
      ทั้งนี้ โดยมีอธิบดีกรมการปกครอง  เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ  กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน  ยังคงมีบางจังหวัดและอำเภอยังคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึก 
การประกาศกฎอัยการศึกมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองอาสารักษาดินแดน  ซึ่งมีข้อกำหนดตามมาตรา  ๑๙  แห่งพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.๒๔๙๗   “เมื่อประกาศกฎอัยการศึกในท้องที่ใด ให้เจ้าหน้าที่และสมาชิก อส. อยู่ในการบังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร”

      ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐  มีการสั่งใช้กำลังพลสมาชิก อส.  ประจำกองจำนวนทั้งสิ้น  ๑๕, ๗๒๗ อัตรา ในพื้นที่ ๗๕ จังหวัด ๘๗๗ อำเภอ/กิ่งอำเภอ

       การใช้กำลังกองอาสารักษาดินแดน
หลักนิยมในการใช้กำลังกองอาสารักษาดินแดน  มีอยู่ ๒ ประการคือ ในภาวะปกติและภาวะไม่ปกติหรือสงคราม

     ในภาวะปกติ  ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย  ประกอบด้วย
๑.  การรักษาความมั่นคงภายใน
๒. การรักษาความสงบเรียบร้อย
๓. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
๔. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๕. การต่อสู้เอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน
๖. การจัดระเบียบสังคม
๗. การพัฒนาและสร้างมวลชน
          นอกจากหลักนิยมในการใช้กำลังกองอาสารักษาดินแดนในภาวะปกติ ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยแล้ว  กองอาสารักษาดินแดนยังใช้หลักนิยมในการใช้กำลังกองอาสารักษาดินแดนในการดำเนินตามภารกิจของ กอ.รมน.  นั่นคือ  จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ  การเสริมสร้างความเข้มแข็ง  เป็นกองกำลังกึ่งทหาร  สนับสนุนการปฏิบัติทางทหารเพื่อปลดเปลื้องภาระการปฏิบัติภารกิจทหารในการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองและชนบทในพื้นที่  กอ.รมน.จว. ประเภทที่ ๑ (๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้)

      ในภาวะไม่ปกติหรือสงคราม  กองอาสารักษาดินแดน  ก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติภารกิจตามมาตรา๑๖  แห่งพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.๒๔๙๗  ดังนี้
๑.  บรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติและการกระทำของข้าศึก
๒. ทำหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบภายในท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
๓. รักษาสถานที่สำคัญและการคมนาคม
๔. ป้องกันการจารกรรม  สดับตรับรับฟังและรายงานข่าว
๕. ทำการช่วยให้ความสะดวกแก่ฝ่ายทหารตามที่ทหารต้องการ ตัดทอนกำลังข้าศึก
๖. เป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น
             สำหรับภารกิจการป้องกันประเทศของคนไทยทุกคน จะมีกองกำลังหลัก (Main Force) ๓ เหล่าทัพ มีสมาชิก อส. เป็นกองกำลังประจำถิ่น (Local Force) ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่รักษาดินแดน อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตน และมีบทบาทหน้าที่เป็นกองกำลังติดอาวุธกึ่งทหาร กึ่งประชาชน
             นอกจากกองกำลังหลักและกองกำลังประจำถิ่นแล้ว  ในการป้องกันประเทศ  ยังมีกองกำลังประชาชน (Civil Force) ซึ่งเป็นการรวมตัวของประชาชนเป็นกลุ่มพลัง ซึ่งวิธีการดังกล่าวข้างต้นเป็น    การผนึกกำลังกันในทางยุทธศาสตร์การรบในการป้องกันประเทศในการต่อสู้แบบเบ็ดเสร็จ (Total Deface)  เป็นการผนึกกำลังกันในทางยุทธศาสตร์การรบในการป้องกันรักษาดินแดนซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนพลเมืองทุกคนที่จะต้องร่วมมือ ร่วมใจ ช่วยกันรักษาความสงบสุขและความปลอดภัยของประเทศชาติ
            นอกจากนั้น  การปฏิบัติการพื้นที่ส่วนหลัง  ก็ยังเป็นภารกิจที่สำคัญมากของกองกำลังอาสารักษาดินแดน  โดยจะขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับจังหวัดทหารบกและมณฑลทหารบก
            ดังนั้น  กำลังพลกองอาสารักษาดินแดน  กรมการปกครอง  กระทรวงมหาดไทย  ถือว่าเป็นกองกำลังสำรองของชาติประเภทกำลังกึ่งทหารที่เป็นประชาชนที่เชี่ยวชาญรู้พื้นที่  รู้ขนบธรรมเนียมประเพณี  และรู้จักคนในพื้นที่  ที่เป็นภูมิลำเนาของตนเป็นอย่างดี    แต่เป็นกองกำลังประชาชนติดอาวุธที่ได้รับการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีของหน่วยทหารขนาดเล็ก มีการจัดตั้งหน่วยและการบังคับบัญชาเตรียมไว้ในยามเกิดสงครามหรือยามฉุกเฉิน  เพื่อเป็นกำลังสำรองที่พร้อมจะให้การสนับสนุนทหารได้เมื่อจำเป็น